
ในโรงงานผลิตแก้วนั้น กระบวนการทำให้แก้วมีความแข็งแรง การงอแก้ว และการเคลือบแก้ว ล้วนขึ้นอยู่กับอุณหภูมิเป็นหลัก เมื่อสายไฟที่จ่ายพลังงานให้เครื่องทำความร้อนเริ่มมีปัญหา ก็จะสามารถรู้ได้ทันทีว่าอุณหภูมิจะไม่สม่ำเสมอ ระยะเวลาในการทำงานก็จะยืดออกไป และจะเกิดความเสียหายจากความร้อนสะสมจนกลายเป็นของเสีย ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานก็จะเพิ่มขึ้น และการบำรุงรักษาก็จะต้องทำอยู่ตลอดเวลา เราจึงออกแบบสายไฟนี้ขึ้นมาเพื่อให้สามารถรักษาอุณหภูมิให้คงที่ และช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินต่อไปได้
สิ่งที่สำคัญทางเทคนิค เราต้องกำหนดขนาดของสายไฟให้เหมาะสมกับโหลดของเครื่องทำความร้อนและสภาพแวดล้อมที่สายไฟนั้นจะต้องทำงานอยู่ สำหรับเครื่องทำความร้อนแบบควอตซ์และNIR เราใช้สายไฟที่มีค่าอินดักแทนซ์ต่ำ และมีฉนวนที่ทนความร้อนได้สูง ประมาณ 600–1000°C เพื่อให้กระแสไฟฟ้าคงที่ แม้ในช่วงที่ระบบเปลี่ยนจากสภาวะร้อนเป็นสภาวะเย็นก็ตาม ฉนวนของสายไฟนั้นมีความทนทานต่อความร้อน สารเคมี และการสึกหรอจากการเคลื่อนที่ของอุปกรณ์ต่างๆ ส่วนตัวเชื่อมต่อก็ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับกำลังไฟของเครื่องทำความร้อน เพื่อลดความต้านทานในการเชื่อมต่อ ผลลัพธ์ก็คือ แรงดันไฟฟ้าลดลง การเพิ่มอุณหภูมิเร็วขึ้น และอุณหภูมิในบริเวณที่ทำความร้อนก็จะคงที่
ทำไมสายไฟนี้ถึงเหมาะสำหรับการผลิตแก้ว การผลิตแก้วนั้นต้องการความเร็วและความแม่นยำ สายไฟนี้ช่วยให้การทำความร้อนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีการควบคุมที่ดี ทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างแม่นยำในเตาทำความร้อน สถานีงอแก้ว และเครื่องเคลือบแก้ว นั่นหมายความว่าช่วงเวลาในการทำความร้อนจะสั้นลง และจะมีของเสียน้อยลง ทำให้คุณภาพของแก้วที่เคลือบแล้วมีความสม่ำเสมอมากขึ้น นอกจากนี้ การใช้พลังงานก็จะลดลง เพราะระบบสามารถถึงอุณหภูมิที่ต้องการได้เร็วขึ้น และสามารถรักษาอุณหภูมินั้นไว้ได้ดีขึ้น ทำให้มีเวลาหยุดทำงานน้อยลง
ข้อควรระวังในการติดตั้ง ค่าความคลาดเคลื่อนในการติดตั้งนั้นต้องมีความแม่นยำมากกว่าสายไฟทั่วไป ควรให้รัศมีการงอของสายไฟมากกว่าค่าขั้นต่ำ และควรยึดสายไฟให้แน่นเพื่อไม่ให้เกิดการสั่นสะเทือน นอกจากนี้ ควรจัดวางตัวเชื่อมต่อให้ตรงกับตัวเชื่อมต่อของเครื่องทำความร้อนอย่างแม่นยำ ควรเลือกสายไฟให้เหมาะสมกับเครื่องทำความร้อนแต่ละชนิด เพราะแต่ละชนิดมีความหนาแน่นของกระแสไฟฟ้าและการสัมผัสกับความร้อนที่แตกต่างกัน ควรวางสายไฟให้ห่างจากอุปกรณ์ที่มีความร้อนสูง และอุปกรณ์ที่เคลื่อนที่ได้ หากติดตั้งอย่างถูกต้อง สายไฟนี้ก็จะสามารถทนต่อการใช้งานในสภาวะที่มีกำลังไฟสูงได้ ทำให้มีการเปลี่ยนสายไฟน้อยลง และมีเวลาหยุดทำงานน้อยลง